บทความ
10 ขั้นตอนในงานก่อสร้างบ้าน ตั้งแต่เริ่มต้นจนพร้อมเข้าอยู่ และการควบคุมคุณภาพในแต่ละขั้นตอน
การสร้างบ้านสักหลังเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของหลายๆคน ซึ่งการไม่เข้าใจขั้นตอนการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ อาจทำให้เกิดปัญหาเช่น งบบานปลาย ระยะเวลาก่อสร้างล่าช้า หรือคุณภาพบ้านไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจ และการวางแผนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณ ในแต่ละเดือน อีกทั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดงบประมาณบานปลายที่จะเกิดขึ้น ในบทความนี้ ADMIRE จะพาคุณไปทำความเข้าใจ 10 ขั้นตอนการสร้างบ้านตั้งแต่งานเตรียมการไปจนถึงการส่งมอบบ้าน เพื่อให้คุณวางแผนงบประมาณ ระยะเวลา และตรวจสอบงานก่อสร้างได้อย่างมั่นใจ
ทำไมเจ้าของบ้านต้องเข้าใจขั้นตอนการสร้างบ้าน?
การเข้าใจ ลำดับขั้นตอนการก่อสร้างบ้าน ไม่ใช่เพียงความรู้พื้นฐานสำหรับเจ้าของบ้าน แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สามารถวางแผนและบริหารโครงการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านงบประมาณ คุณภาพงาน และระยะเวลาก่อสร้าง เมื่อมองเห็นภาพรวมของกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ คุณจะสามารถ
๐ วางแผนงบประมาณได้แม่นยำมากขึ้น
รู้ว่าแต่ละช่วงต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ช่วยลดปัญหาการเงินสะดุดระหว่างก่อสร้าง
๐ ตรวจสอบความคืบหน้าของงานได้อย่างมีเหตุผล
เข้าใจว่างานแต่ละขั้นควรดำเนินไปถึงไหน และใช้เวลาประมาณเท่าใด
๐ ลดความเสี่ยงงบบานปลาย
มองเห็นจุดที่มักเกิดการเปลี่ยนแปลงสเปกหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ตั้งแต่ต้น
๐ สื่อสารกับสถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมาได้ตรงประเด็น
ช่วยให้การตัดสินใจรวดเร็วและลดความคลาดเคลื่อนในการทำงาน
๐ เลือกผู้รับเหมาที่มีมาตรฐานได้ง่ายขึ้น
เพราะรู้ว่ากระบวนการก่อสร้างที่ดีควรมีอะไรบ้างในแต่ละขั้นตอน
ทั้งนี้ทั้งนั้น ลำดับขั้นตอนการก่อสร้างบ้าน สามารถมีการปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสัญญาว่าจ้าง และสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น
ขั้นตอนที่ 1 งานเตรียมการ
ขั้นตอนแรกของการสร้างบ้านคือการเตรียมพื้นที่หน้างานให้พร้อมสำหรับการก่อสร้าง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่มีผลต่อระยะเวลาและคุณภาพงานทั้งโครงการ
๐ ผู้รับเหมาเคลียร์พื้นที่หน้างาน
๐ ขนย้ายเครี่องมืออุปกรณ์ต่างๆเข้าพื้นที่
๐ เตรียมสถานที่ ที่พักคนงาน ที่เก็บวัสดุ
๐ รื้อบ้าน หรือขอน้ำหรือไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อใช้งานในระหว่างก่อสร้าง
ทั้งนี้การเตรียมพื้นที่ ต้องมีการถมดินเพื่อปรับระดับ แล้วสร้างรากฐานความมั่นคงให้กับบ้านหลังนั้นๆ การถมที่ดินมี 2 สิ่งที่ควรคำนึง คือ
๐ ตรวจสอบประวัติการเกิดอุทกภัย เพื่อประมาณการความสูงในการถมดิน
๐ ตรวจสอบระดับดินบริเวณข้างเคียง และถนน ส่วนมากจะถมให้สูงกว่าถนนหน้าบานประมาณ 50-80 เซนติเมตร
ขั้นตอนที่ 2 การวางผังบ้าน
ขั้นตอนการวางผังบ้านเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เจ้าของบ้านและสถาปนิก ควรเข้าตรวจสอบด้วยกันเพื่อสรุปแนวทางการทำงานได้อย่างรวดเร็ว เพราะหากวางผังผิดพลาดในขั้นตอนนี้ จะส่งผลต่อทุกขั้นตอนถัดไป
ปัญหาที่มักพบได้บ่อยในขั้นตอนนี้:
๐ ติดแนวต้นไม้ใหญ่ที่ไม่สามารถตัดได้
๐ หมุดโฉนดที่ดินหายหรือเคลื่อน ต้องเรียกเจ้าหน้าที่รังวัดใหม่
๐ เพื่อนบ้านมาทักท้วงเรื่องระยะร่น
ขั้นตอนการทำงาน:
๐ สำรวจโฉนด แนวเขตที่ดิน
๐ วางตำแหน่งบ้านเพื่อให้ลูกค้าเห็นตำแหน่งบ้านจริง
๐ ใช้กล้อง Total Station วางตำแหน่งเสาเข็ม
ขั้นตอนที่ 3 งานตอกเสาเข็ม - เจาะเสาเข็ม
การเลือกชนิดของฐานรากเป็นการตัดสินใจที่สำคัญ ขึ้นอยู่กับสภาพดินในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงของบ้านในระยะยาว
การเลือกชนิดฐานรากบ้านมี 2 รูปแบบที่มักใช้งานสำหรับการสร้างบ้าน ประกอบด้วย
๐ ฐานรากแผ่ (Spread Footing) เหมาะกับชั้นดินแน่นหรือทรายหยาบ ที่มีกำลังแบกทานมากกว่า 10 ตัน/ตร.ม.
๐ ฐานรากเสาเข็ม (Pile Foundation) เหมาะการสร้างบ้านอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ้งใช้วิธีเจาะเสาเข็มไปให้ถึงชั้นดินแข็งเพื่อให้รับน้ำหนักของบ้าน
ขั้นตอนการทำงาน
๐ เลือกประเภทเสาเข็มที่เหมาะสม เช่น เสาเข็มตอก เสาเข็มเจาะ
๐ ตรวจสอบคุณภาพเสาเข็ม สามารถรับน้ำหนักได้ตามมาตรฐาน
๐ เจาะเสาเข็มหรือตอกเสาเข็มตามตำแหน่งที่กำหนด
๐ ตัดหัวเสาเข็มเพื่อเตรียมหล่อฐานราก
ขั้นตอนที่ 4 งานฐานรากโครงสร้างชั้นล่าง
เมื่อเสาเข็มพร้อมแล้ว ก็เข้าสู่งานหล่อฐานรากและโครงสร้างชั้นล่าง ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของบ้าน หากขั้นตอนนี้ผิดพลาด จะแก้ไขในภายหลังได้ยากมาก ซึ่งงานในขั้นตอนนี้ประกอบด้วย
๐ โครงสร้างฐานราก ประกอบด้วย ฐานรากและเสาตอม่อ
๐ ขึ้นโครงสร้างชั้นที่ 1 ประกอบด้วย คานคอดิน, เสา, คาน, พื้นชั้นล่าง
๐ เตรียมขุดดิน เพื่อเตรียมโครงสร้างงานระบบสุขาภิบาลรอบบ้าน เช่น ระบบท่อน้ำทิ้ง ท่อประปา
จุดที่ควรระวัง คือ งานระบบสุขาภิบาลใต้ดินต้องวางแผนล่วงหน้า ไม่สามารถมาเพิ่มเติมในภายหลังได้ หากลืมวางท่อจุดใดจุดหนึ่ง อาจต้องทุบพื้นเพื่อแก้ไข ซึ่งทำให้งบบานปลาย ผู้รับเหมาที่มีระบบ BOQ (Bill of Quantities) ที่ดี จะช่วยตรวจสอบจุดเหล่านี้ตั้งแต่แรก
ขั้นตอนที่ 5 งานโครงสร้างชั้นบน โครงหลังคา
๐ โครงสร้างชั้นบน จะประกอบไปด้วยคาน พื้น เสา
๐ โครงสร้างบันได คือส่วนที่ยากสำหรับงานช่างต้องตรวจสอบระยะให้ดีเพื่อลดความผิดพลาด หากคุณกำลังสงสัยว่า บันไดบ้านควรมีกี่ขั้น เลขคู่หรือเลขคี่ดีกว่ากัน สามารถอ่านรายละเอียดได้ในบทความของเรา
๐ โครงหลังคาบ้าน คือส่วนที่จะรับวัสดุมุงหลังาโดยมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ อเส ดั้ง อกไก่ จันทัน และแป
องค์ประกอบของโครงหลังคา (คำศัพท์ที่เจ้าของบ้านควรรู้)
๐ อเส: คานปลายหลังคาที่วางอยู่บนผนัง ทำหน้าที่รับน้ำหนักโครงหลังคาทั้งหมด
๐ ดั้ง: เสาตั้งกลางหลังคาที่รับน้ำหนักจากอกไก่
๐ อกไก่: สันที่อยู่บนสุดของหลังคา
๐ จันทัน: ไม้/เหล็กที่ลาดจากอกไก่ลงมาที่อเส รับน้ำหนักของแปและกระเบื้องมุง
๐ แป: ไม้/เหล็กที่วางขวางจันทัน เพื่อยึดวัสดุมุงหลังคา
ขั้นตอนที่ 6 งานมุงหลังคา
๐ เริ่มติดตั้งวัสดุมุงหลังคา เพื่อลดอุปสรรคจากลมฟ้าอากาศในการทำงาน
๐ เก็บงานโครงสร้างในส่วนอื่นๆ ให้พร้อมก่อนเริ่มงานก่อผนังและติดตั้งวัสดุปิดผิว
รูปแบบของหลังคาไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ความสวยงามของบ้าน แต่ยังมีผลต่อการระบายน้ำ ความร้อน การบำรุงรักษา และอายุการใช้งานในระยะยาว หากคุณกำลังวางแผนสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์น แนะนำให้อ่านบทความ ข้อดี-ข้อเสียของบ้านทรงกล่อง เพื่อทำความเข้าใจข้อจำกัดและสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจออกแบบบ้าน
ขั้นตอนที่ 7 ก่อผนัง ติดตั้ง เตรียมงานระบบไฟฟ้า-ประปา
๐ ก่อผนัง และหล่อเสาเอ็น – คานเอ็น (ขึ้นอยู่กับแต่ละบ้านจะเลือกใช้ผนังแบบใด)
๐ ผู้รับเหมาทำการเดินท่อระบบไฟฟ้า-ประปา ที่ต้องฝังในผนัง และติดตั้งวงกบไม้ประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย
จุดสำคัญที่เจ้าของบ้านควรตรวจสอบ
๐ ตำแหน่งปลั๊กไฟ สวิตช์ จุดวางทีวี และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเมื่อฉาบแล้วแก้ไขยาก
๐ ตำแหน่งท่อน้ำในห้องน้ำ-ครัว ต้องตรงกับสุขภัณฑ์และเครื่องครัวที่จะติดตั้ง
๐ การ Lock Spec วัสดุไว้ตั้งแต่แรกจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนวัสดุระหว่างทาง
ขั้นตอนที่ 8 งานฉาบผนัง และติดตั้งฝ้าเพดาน
๐ ฉาบผนังให้เรียบและสม่ำเสมอ ด้วยการ จับปุ่ม จับเซี้ยม หรืออาจขึงลวดกรงไก่
๐ ผนังเบาจะต้องฉาบเก็บรอยต่อระหว่างแผ่นผนังให้เรียบเนียน
๐ กำหนดความสูงของฝ้าเพดานทั้งภายใน ภายนอกและฝ้าชายคา โดยติดตั้งโครงฝ้าและปิดด้วยวัสดุฝ้าเพดาน
๐ ติดตั้งระบบไฟฟ้า โคมไฟ และช่องเซอร์วิสไปพร้อมกัน
ขั้นตอนที่ 9 งานติดตั้งประตู-หน้าต่าง รวมถึงวัสดุตกแต่ง พื้น-ผนัง และงาน Build-in
๐ วัสดุพื้นผิวผนัง เช่น ทาสี ฉาบสกิมโค้ท ปูกระเบื้องเซรามิก ติดวอลล์เปเปอร์
หากคุณกำลังเลือกวัสดุตกแต่งผนังหรือกังวลเกี่ยวกับปัญหาสีผนังบ้านพอง ลอก หรือหลุดร่อน แนะนำให้อ่านบทความ สีผนังบ้านพอง แก้ไขอย่างไร? เพื่อเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงและเลือกวัสดุให้เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น
๐ วัสดุพื้น เช่น หินขัด กรวดล้าง/ทรายล้าง ปูกระเบื้องเซรามิก ไม้ปาร์เกต์ ไม้ลามิเนต เป็นต้น
๐ ระบบแสงสว่างและติดตั้งดวงโคม
๐ ติดตั้งบานประตู หน้าต่างไม้ ชุดประตู-หน้าต่างไวนิล/อะลูมิเนียม
๐ งาน Build-in เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ เคาน์เตอร์ครัว เป็นต้น
๐ ติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และอุปกรณ์เครื่องครัว
๐ ก่อนการทาสี ควรป้องกันการเลอะเทอะ และปกป้องพื้นผิว ด้วยการห่อหุ้มอุปกรณ์ต่างๆด้วยกระดาษหรือแผ่นพลาสติกก่อน
ขั้นตอนที่ 10 ตรวจความเรียบร้อยและทำความสะอาด
ขั้นตอนสุดท้ายของการก่อสร้างบ้าน คือ การตรวจรับและส่งมอบบ้าน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนแรก เพราะเป็นช่วงที่ต้องตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างและระบบต่าง ๆ ของบ้านให้ครบถ้วนก่อนส่งมอบแก่เจ้าของบ้าน หากการตรวจสอบไม่ละเอียด อาจทำให้ข้อบกพร่องเล็กๆ ถูกมองข้าม และกลายเป็นปัญหาที่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขหลังเข้าอยู่อาศัย
ตรวจบ้านก่อนส่งมอบ ต้องเช็กอะไรบ้าง?
ก่อนรับมอบบ้าน ควรตรวจสอบงานก่อสร้างและระบบต่าง ๆ ให้ครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านพร้อมเข้าอยู่อาศัยและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมีรายการสำคัญดังนี้
๐ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า
ทดสอบการใช้งานของสวิตช์ไฟ ปลั๊กไฟ และเบรกเกอร์ทุกจุด รวมถึงตรวจสอบระบบสายดิน (Ground) และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง
๐ ตรวจสอบระบบประปา
เปิดใช้งานก๊อกน้ำทุกจุด ตรวจสอบแรงดันน้ำ การระบายน้ำ และรอยรั่วบริเวณท่อ ข้อต่อ และสุขภัณฑ์
๐ ตรวจสอบระบบสุขาภิบาล
ทดสอบการใช้งานของชักโครก อ่างล้างหน้า และท่อระบายน้ำ พร้อมตรวจสอบการทำงานของบ่อบำบัดหรือระบบบำบัดน้ำเสีย
๐ ตรวจสอบหลังคาและฝ้าเพดาน
ตรวจหาร่องรอยการรั่วซึม ความชื้น คราบน้ำ รวมถึงตรวจสอบว่าฝ้าเพดานเรียบ ไม่มีการแอ่นตัวหรือแตกร้าว
๐ ตรวจสอบประตู-หน้าต่าง
ทดลองเปิด–ปิดทุกบาน ตรวจสอบการทำงานของบานพับ กลอน มือจับ และการปิดสนิทของวงกบ
๐ ตรวจสอบงานสีและวัสดุตกแต่งผิว
ตรวจสอบความเรียบร้อยของสีทาผนัง กระเบื้อง พื้น และวัสดุตกแต่งต่างๆ ให้ไม่มีรอยแตกร้าว หลุดร่อน โป่งพอง หรือระดับพื้นไม่สม่ำเสมอ
๐ ตรวจสอบความสะอาดของบ้านก่อนส่งมอบ
ตรวจสอบว่ามีการทำความสะอาดพื้นที่ภายในและภายนอกบ้าน รวมถึงเก็บเศษวัสดุและสิ่งตกค้างจากการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว
๐ รับมอบเอกสารสำคัญของบ้าน
ตรวจสอบให้ได้รับเอกสารที่จำเป็น ได้แก่ คู่มือการใช้งานบ้าน รายการวัสดุและอุปกรณ์ที่ติดตั้ง เอกสารการรับประกัน รวมถึงช่องทางติดต่อทีมบริการหลังการขาย สำหรับการแจ้งซ่อมหรือขอรับบริการในอนาคต
5 ระบบการทำงานที่ทำให้การสร้างบ้านเป็นไปตามมาตรฐานของ ADMIRE
เมื่อเข้าใจทั้ง 10 ขั้นตอนของการก่อสร้างบ้านแล้ว จะเห็นได้ว่าการทำงานในแต่ละช่วงมีความเชื่อมโยงกัน หากขั้นตอนใดขาดการวางแผนหรือการควบคุมที่ดี ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพ ระยะเวลาก่อสร้าง และงบประมาณของโครงการได้ เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ADMIRE จึงพัฒนาระบบการทำงานที่ครอบคลุมในทุกช่วงของโครงการ โดยยึดหลักการวางแผนที่ชัดเจน การตรวจสอบที่เป็นระบบ และการสื่อสารที่โปร่งใส เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถติดตามงานได้อย่างมั่นใจตลอดกระบวนการก่อสร้าง
1. การออกแบบที่วางแผนถึงงบประมาณตั้งแต่ต้น
ในการสร้างบ้านกับ Admire เราวางแผนงบประมาณควบคู่กับการออกแบบตั้งแต่วันแรก โดยในช่วงขั้นตอนการออกแบบ จะมีการประเมินงบประมาณเบื้องต้นควบคู่กับการจัดทำแบบร่าง เพื่อให้เจ้าของบ้านเห็นภาพรวมของโครงการก่อนจัดทำ BOQ ช่วยปรับแบบให้เหมาะสมกับงบประมาณ และลดการแก้ไขหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมระหว่างการก่อสร้าง
2. ระบบ BOQ (Bill of Quantities) ที่ละเอียด
ก่อนเริ่มก่อสร้าง จะมีการจัดทำ BOQ ที่ระบุรายการวัสดุ ปริมาณ และค่าแรงอย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา เพื่อให้เจ้าของบ้านเห็นรายละเอียดค่าใช้จ่ายของโครงการอย่างชัดเจน ช่วยวางแผนงบประมาณได้ง่ายขึ้น และลดความคลุมเครือระหว่างการก่อสร้าง
3. Lock Spec วัสดุตั้งแต่วันแรก
วัสดุหลักที่ใช้ในโครงการจะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันทำสัญญา ตั้งแต่โครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม ไปจนถึงวัสดุตกแต่งและสุขภัณฑ์ เพื่อป้องกันการเปลี่ยนวัสดุระหว่างก่อสร้าง ช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากการเปลี่ยนวัสดุระหว่างดำเนินโครงการ เจ้าของบ้านได้วัสดุตรงสเปกแน่นอน
4. ระบบ QC ตรวจสอบงานตามมาตรฐาน
มีการตรวจสอบคุณภาพงานในแต่ละขั้นตอนของการก่อสร้าง ตั้งแต่งานฐานราก งานโครงสร้าง ไปจนถึงงานสถาปัตยกรรมและงานเก็บรายละเอียด โดยใช้ Checklist สำหรับการตรวจรับในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้สามารถติดตาม แก้ไข และควบคุมคุณภาพงานได้อย่างเป็นระบบก่อนส่งมอบบ้าน ทำให้คุณภาพงานเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกหลัง
5. บริการ Admire Care+ ดูแลหลังส่งมอบ
การดูแลบ้านไม่ได้สิ้นสุดเมื่อส่งมอบบ้านเท่านั้น แต่เรายังมีระบบ Admire Care+ สำหรับการรับประกันและดูแลหลังการเข้าอยู่อาศัย โดยครอบคลุมการรับประกันโครงสร้างสูงสุด 20 ปี หลังคารั่วซึม 5 ปี งานระบบ 2 ปี และงานติดตั้งทั่วไป 1 ปี เพื่อให้เจ้าของบ้านมั่นใจได้ว่าหากเกิดปัญหาภายในระยะเวลารับประกัน จะได้รับการดูแลตามเงื่อนไขที่กำหนด